ซอฟต์แวร์และโปรแกรม (Soft ware and Program)

ซอฟต์แวร์ หมายถึง ชุดคำสั่งที่สั่งให้ฮาร์ดแวร์ในระบบคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกันและช่วยจัดการข้อมูลที่นำไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งเตรียมการให้ระบบสามารถรับคำสั่งให้ทำงานตามที่มนุษย์หรือผู้ใช้ต้องการเฉพาะอย่างตามวัตถุประสงค์ โดยทั่วไปมักจะหมายรวม system software และ Utilities หรือซอฟต์แวร์ระบบ ซึ่งได้แก่ ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ (Operating Systems) และ Utilities ซึ่งเกี่ยวกับระบบฮาร์ดแวร์ต่างๆ นั้นเอง

โปรแกรม หมายถึงชุดคำสั่งที่สั่งให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ผู้ใช้ต้องการ จัดเป็นโปรแกรมประยุกต์ หรือโปรแกรมเฉพาะงาน (Application Program) เช่น โปรแกรมทำบัญชี โปรแกรมคิดเงินเดือน โปรแกรมพยากรณ์อากาศ โปรแกรมประมวลผลคำ โปรแกรมรวบรวมข้อมูล เป็นต้น ทั้งนี้มักมีการใช้คำว่าซอฟต์แวร์และโปรแกรมแทนกันเสมอ เช่น โปรแกรมเฉพาะงานที่ใช้กับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์กลุ่ม PCs เรียกว่า ซอฟต์แวร์ หรือ Software Packages (รายละเอียดมีในบทที่ 3)

ความจำเป็นที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ทั้งที่ใช้เพื่อเล่นเกมหรือใช้เป็นอุปกรณ์ในการทำงานของระบบสารสนเทศประเภทต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศที่มีคุณค่า สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้นั้น เป็นอุปกรณ์หลาย ๆ ชิ้นส่วนที่ทำงานสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ โดยมีชุดคำสั่งที่พัฒนาขึ้นมาด้วยสติปัญญาของมนุษย์สั่งการให้อุปกรณ์ เหล่านั้นทำงานอย่างเป็นขั้นตอน การที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำงานได้นั้นต้องมีผู้สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน การสั่งงานคอมพิวเตอร์นั้นโดยปกติแล้วจะต้องสั่งด้วยชุดคำสั่งหรือโปรแกรม

ดังนั้นจึงต้องมีการจัดทำเป็นชุดคำสั่งหรือโปรแกรมขึ้น โดยใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง ซึ่งโปรแกรมหรือชุดคำสั่งต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั้นรวมเรียกว่า ซอฟต์แวร์ (Software) หรือ โปรแกรม (program) ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์เราจะไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ทำงานใด ๆ ได้ ซอฟต์แวร์ จะสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำการคำนวณและปฏิบัติงานกับข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์และผลงานตามที่ผู้ใช้ต้องการ โดยที่โปรแกรมหนึ่งๆ จะประกอบด้วยชุดคำสั่งเป็นจำนวนพัน หมื่น หรือล้านล้าน คำสั่ง ที่สั่งการให้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติการงานด้านต่าง ๆ

ดังนั้นเมื่อเราต้องการให้คอมพิวเตอร์ทำงานให้เราก็ต้องมีคำสั่ง ที่อยู่ในรูปของซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมสั่งการไปยังคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ เราจึงจะได้ผลลัพธ์หรือคำตอบตามที่ต้องการ จะเห็นได้ว่าฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในระบบคอมพิวเตอร์ต้องทำงานร่วมกัน ถ้ามีแต่เพียงฮาร์ดแวร์ส่วนเดียวจะไม่สามารถปฏิบัติการใด ๆ ได้ หรือถ้ามีซอฟต์แวร์ส่วนเดียวก็ย่อมไม่มีอุปกรณ์มารองรับคำสั่ง

ด้วยเหตุนี้ซอฟต์แวร์จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งซอฟต์แวร์ที่ได้จัดทำขึ้นก็มีหลายประเภท เราจึงต้องจัดหาซอฟต์แวร์มาใช้ให้พอเพียงและตามความเหมาะสมตามความต้องการในหน่วยงานของเราหรือระบบงานของเรา ในบทนี้จึงจะกล่าวถึงซอฟต์แวร์ของระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดความเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ได้ดียิ่งขึ้น การสั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงานต่าง ๆ นั้นก็พัฒนามาจากการที่มนุษย์สั่งตนเองหรือผู้อื่นให้ทำงานตามความต้องการ ดังนั้นการที่มนุษย์ต้องการจะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอะไรให้ มนุษย์ก็จะทำการเขียนโปรแกรมหรือชุดคำสั่งขึ้นมา ซึ่งสามารถเขียนเป็นคำสั่งด้วยภาษาที่เรียกว่า โปรแกรมภาษา (programming languages) เช่น ภาษา C++, ภาษา Visual BASIC, ภาษา JAVA IV ฯลฯ ผู้ที่เขียนชุดคำสั่งหรือโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ก็คือโปรแกรมเมอร์ (programmers) และขั้นตอนในการเขียนหรือพัฒนาโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เรียงลำดับคำสั่งอย่างสมเหตุสมผลสามารถสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้นี้เรียกว่า การพัฒนาโปรแกรม (programming)

ประเภทของซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันมีอยู่มากมาย ซึ่งสามารถจำแนกออกได้ หลายประเภท โดยทั่วไปจะจำแนกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้

    1. ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมระบบ (Operating System Software)
    2. ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์หรือซอฟต์แวร์ช่วยงาน (Utilities)
    3. ซอฟต์แวร์ภาษาและตัวแปลภาษา (Programming Language and Compiler)
    4. ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (Database Management System)
    5. ซอฟต์แวร์จัดการระบบเครือข่าย (Network Management Software)
    6. ซอฟต์แวร์ประยุกต์หรือซอฟต์แวร์ชุดสำเร็จรูป (Application Software or Software Packages)

1. ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมระบบ (Operating System Software) ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ทั้งระบบคือ ควบคุมดูแลทั้งตัวเครื่องหรือส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์ ควบคุมด้านการสื่อสารข้อมูลในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประสานงานกับโปรแกรมประยุกต์ ดูแลการจัดการข้อมูล กำหนดรูปแบบตัวพิมพ์ ใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ช่วยให้ผู้ใช้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น และงานพิเศษอื่นๆ ในระบบเมื่อมีการเปิดเครื่อง ซอฟต์แวร์ระบบจะถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ที่หน่วยความจำหลักเพื่อเตรียมการให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบให้ทำงานสัมพันธ์กันและสามารถรับโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้สั่งการเฉพาะด้านต่อไป

ซอฟต์แวร์ประเภทนี้เปรียบเสมือนผู้จัดการระบบที่อยู่ระหว่างผู้ใช้กับเครื่องและเป็นซอฟต์แวร์ที่จำเป็นจะต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ในคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง เช่น มินิคอมพิวเตอร์ขึ้นไปถึงซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างไปจากเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ จึงทำให้สามารถมีบริวาร อันได้แก่ โปรเซสเซอร์ตัวอื่นๆ เทอร์มินัล อุปกรณ์รับ/ส่งข้อมูล และหน่วยความจำสำรองจำนวนมากๆ และสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากจนถึงจำนวนมหาศาล สามารถคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่มีความซับซ้อนมาก สามารถประมวลผลชุดคำสั่งในโปรแกรมประยุกต์หลายโปรแกรมเพื่อให้บริการผู้ใช้หลายคนได้ในช่วงเวลาเดียวกัน (multiprogramming และ multi-user) ดังนั้นงานหลายงานจึงแล้วเสร็จได้ในช่วงเวลาเดียวกัน (multitasking)

คุณสมบัติดังกล่าวนี้เองที่ทำให้มนุษย์เลือกใช้คอมพิวเตอร์ในกรณีที่ต้องการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตสำหรับสินค้าทั้งที่เป็นวัถตุและบริการ ทั้งนี้ทั้งนั้นปฏิบัติการแบบหลายงาน หลายโปรแกรมและหลายผู้ใช้ จะเป็นไปได้ย่อมขึ้นอยู่กับโปรแกรมระบบนั่นเองระบบปฏิบัติการแบบมัลติ (multiprogramming, multitasking และ multi-user) เกิดขึ้นได้จากการที่โปรแกรมระบบเข้าไปจัดการการใช้ฮาร์ดแวร์ภายนอก ซึ่งได้แก่ อุปกรณ์รับส่งข้อมูลหรือ I/O devices และหน่วยความจำสำรอง อุปกรณ์ภายนอกเหล่านี้มีความเร็วในการทำงานต่ำกว่า CPU และ RAM โปรแกรมระบบจึงเข้าไปจัดการให้อุปกรณ์แต่ละประเภททำงานในส่วนความรับผิดชอบของแต่ละประเภทให้สอดคล้องกับอุปกรณ์อื่นๆ โดยเฉพาะ CPU และ RAM นอกจากนั้นโปรแกรมระบบยังช่วยจัดการการแบ่งปันเวลาที่ใช้ในการประมวลผลของ CPU และจัดการการแบ่งเนื้อที่ใน RAM หรือหน่วยความจำหลัก ทำให้ชุดคำสั่งสำหรับหลายโปรแกรมและกลุ่มข้อมูลหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแต่ละโปรแกรมสามารถใช้เนื้อที่ใน RAM และได้รับการประมวลผลโดย CPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากสามารถใช้ประโยชน์จากระบบคอมพิวเตอร์ระบบเดียวได้เสมือนว่าใช้ในเวลาเดียวกันหรือพร้อมๆ กันสำหรับโปรแกรมระบบที่ใช้กับเครื่องขนาดเล็ก เช่น ไมโครคอมพิวเตอร์นั้น ถึงแม้จะทำงานในลักษณะ multiprogramming หรือหลากหลายโปรแกรมไม่ได้ แต่ก็สามารถจัดการการปฏิบัติงานของระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นงานพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรมระบบสำหรับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ MS-DOS, Windows ตาม Version ต่างๆ , UNIX ,OS/2 Wrap, Macintosh/Mac OS เป็นต้น ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าในส่วนของโปรแกรมระบบเหล่านี้มี GUI ช่วยให้ทำงานด้านกราฟิกได้

สรุปวัตถุประสงค ของโปรแกรมระบบได้ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ตนต้องการได้
  2. เพื่อให้คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
  3. เพื่อเพิ่มผลผลิตจากระบบคอมพิวเตอร์
  4. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลคำสั่ง นั่นคือลดเวลาในการประมวลผลให้สั้นที่สุด
  5. เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มสมรรถนะ
  6. เพื่อช่วยในการจัดการข้อมูลที่บันทึกบนจานแม่เหล็ก (disk)
  7. เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และการใช้ข้อมูลที่บันทึกไว้
  8. เพื่อควบคุมสมรรถนะโดยส่วนรวมของระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นการป้องกันความล้มเหลวหรือปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากระบบคอมพิวเตอร์

จะเห็นได้ว่า โปรแกรมระบบนั้น เป็นตัวเชื่อมระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์กับโปรแกรมระบบ งานส่วนใหญ่ที่ดำเนินการอยู่ในสังคมปัจจุบัน แต่ละงานย่อมมีโปรแกรมประยุกต์เฉพาะประเภททำงานร่วมกับโปรแกรมระบบ โดยมีชุดคำสั่งที่เรียกว่ากุย (GUI ย่อมาจาก graphical users interfaces) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมระบบทำหน้าที่เชื่อมโยงงานด้านกราฟิกระหว่างโปรแกรมประยุกต์กับคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ ทั้งนี้โปรแกรมประยุกต์หรือซอฟต์แวร์ที่บริษัทผู้ผลิตพัฒนาขึ้นมาขายให้ผู้ใช้ในปัจจุบันล้วนแล้วแต่มีส่วนของกราฟิกเป็นส่วนประกอบ เพราะส่วนของกราฟิกจะเป็นส่วนที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกในการใช้งาน โดยผู้ใช้ไม่ต้องรู้จักคำสั่งต่างๆ มากมายแต่ใช้เลือกจากซอฟต์แวร์ที่เสนอกการทำงานบนหน้าจอ รวมทั้งเอื้ออำนวยให้การสร้างตาราง ภาพประกอบ แผนภูมิ แผนภาพ ฯลฯ ทำได้อย่างง่าย ๆ ดังนั้น GUI จึงมีบทบาทมากในการทำงานร่วมกับโปรแกรมระบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทั่วไป

2. ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ หรือซอฟต์แวร์ช่วยงาน (Utilities) ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ เป็นซอฟต์แวร์สำหรับช่วยงานปลีกย่อยต่าง ๆ ให้ผู้ใช้ เช่น ช่วยในการก็อปปี้แฟ้ม ข้อมูลจากแผ่นดิสก์ไปเก็บไว้ในเทปแม่เหล็ก การตรวจค้นหาแฟ้มข้อมูลที่ได้ลบชื่อแฟ้มไปแล้ว การจัดระเบียบแฟ้มข้อมูลบนแผ่นดิสก์ ฯลฯ ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ควรมีไว้ใช้งานเพราะจะทำให้การทำงานสะดวกขึ้น ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ PC Tools และ Norton’s Utilities

3. ซอฟต์แวร์ภาษาและตัวแปลภาษา (Programming Language and Compiler)

ซอฟต์แวร์ภาษา ในการพัฒนาโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ นักเขียนโปรแกรม (programmer) จะเลือกใช้ภาษาโปรแกรม เพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานหรือแก้ปัญหาตามที่ได้รับการวิเคราะห์ไว้แล้ว ภาษาโปรแกรมที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันมีความเป็นมาตั้งแต่เมื่อแรกเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ และได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับพัฒนาการของฮาร์ดแวร์จนมีจำนวนมากมายหลายภาษา แต่ละภาษาก็มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวเหมาะกับการสั่งงานต่างๆ กัน ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ ธุรกิจ และการศึกษา เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเป็นภาษาโปรแกรมภาษาใดก็ตามจะประกอบด้วยชุดคำสั่งจำนวนมาก ในกลุ่มของชุดคำสั่งเหล่านี้แบ่งออกเป็นคำสั่งประเภทต่างๆ ดังนี้

 

จะเห็นได้ว่าการเขียนโปรแกรมหรือการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นมีวิธีพัฒนาการและความเป็นไปได้ที่จะให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาใช้ได้เองมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการใช้ชุดคำสั่งเพื่อดำเนินการกับงานเฉพาะด้านที่ตนรับผิดชอบ การใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานจึงไม่ใช่การใช้ฮาร์ดแวร์อย่างเดียวแล้ว แต่การใช้คอมพิวเตอร์ย่อม หมายถึงการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาใช้เองได้ด้วย

ตัวแปลภาษา เป็นซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการแปลโปรแกรมที่เราเขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง ซึ่งจัดว่าเป็นภาษาระดับต่ำ ภาษาเครื่องเป็นภาษาเดียวเท่านั้นที่คอมพิวเตอร์รู้จัก เมื่อเราสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานอะไร ก็ตาม จะต้องแปลคำสั่งหรือโปรแกรมนั้นเป็นภาษาเครื่องก่อนเสมอไป ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงมีอยู่หลายภาษาแต่ละภาษาจะต้องใช้ตัวแปลภาษาที่ตรงกัน เปรียบเสมือนกับภาษามนุษย์หากเรารู้จักภาษาไทยและต้องการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยเราก็จะต้องมีพจนานุกรมแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย แต่ถ้าต้องการแปลภาษาญี่ปุ่นก็ต้องมีพจนานุกรมแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นไทยจะใช้ร่วมกันไม่ได้ ตัวแปลภาษาก็เช่นกันควรจะหาตัวแปลภาษาที่จำเป็นเท่านั้นมาใช้ไม่ต้องมีหลายภาษา

4. ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (Database Management System) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล เป็นซอฟต์แวร์สำหรับจัดการฐานข้อมูลโดยตรง ซอฟต์แวร์ประเภทนี้มีความสามารถที่กว้างขวางมาก เช่น สามารถใช้กำหนดลักษณะของข้อมูลที่เก็บไว้ในฐานข้อมูล มีภาษาสำหรับบันทึกและค้นหาข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลที่มีจำหน่ายอยู่ในเวลานี้มีมาก เช่น Oracle, Progress, Informix เป็นต้น เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้หลายขนาดหลายยี่ห้อ ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลก็มีหลายชื่อด้วยกันที่เด่น ๆ คือ dBASE , Foxpro , Access เป็นต้น

5. ซอฟต์แวร์จัดการระบบเครือข่าย (Network Management Software) ซอฟต์แวร์จัดการระบบเครือข่าย เป็นซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการควบคุมระบบเครือข่าย ควบคุมการสื่อสาร ข้อมูลและควบคุมการประสานงานระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครือข่าย ซอฟต์แวร์นี้บางทีเรียกว่า Network Operating System ซอฟต์แวร์จัดการระบบเครือข่ายที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้ได้แก่ Netware ของบริษัท Novell แต่ที่กำลัง ได้รับความสนใจมากขึ้นคือ Windows NT ของบริษัทไมโครซอฟท์

6. ซอฟต์แวร์ประยุกต์หรือซอฟต์แวร์ชุดสำเร็จรูป (Application Software or Software Packages )ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นโปรแกรมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาตามความประสงค์ของผู้ใช้ทั่วไปที่เป็นผู้ใช้ส่วนใหญ่ในสังคม หรือผู้ใช้เฉพาะส่วนเฉพาะหน่วยงาน องค์กร ถ้าเป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาตามความประสงค์ขององค์กร หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ซอฟต์แวร์บริหารงานบุคลากร ซอฟต์แวร์จัดการโรงพยาบาล ซอฟต์แวร์บัญชี ซอฟต์แวร์ช่วยงานบริหาร ซอฟต์แวร์ทางด้านบัญชีต่างๆ ซอฟต์แวร์รับสมัครนักศึกษา ซอฟต์แวร์รับลงทะเบียนนักศึกษา ซอฟต์แวร์จองตั๋วรถไฟ ซอฟต์แวร์งานธนาคาร ฯลฯ จะเรียกโปรแกรมประเภทนี้ว่า Custom Program เมื่อพัฒนาขึ้นมาแล้วเป็นลิขสิทธิ์ของหน่วยงานนั้นๆ ไม่สามารถนำไปซื้อ-ขายหรือก๊อปปี้ไว้กับหน่วยงานอื่นได้ หน่วยงานหนึ่ง ๆ ควรมีซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่เหมาะสมกับการใช้งานจึงจะทำให้การใช้คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ได้แก่ กลุ่มของซอฟต์แวร์ที่ผู้ผลิตหรือ venders พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในสังคมแบ่งเป็นกลุ่มงานต่างๆ มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป เช่น โปรแกรมสำหรับงานพิมพ์เอกสารทั่วไป โปรแกรมพิมพ์งานด้วยตารางอิเล็คทรอนิคส์ โปรแกรมสำหรับการทำวิจัย โปรแกรมนำเสนอผลงาน โปรแกรมวาดภาพ โปรแกรมเกมส์ต่างๆ ฯลฯ สามารถซื้อ-ขาย ได้ในตลาด เรียกว่าเป็น Commercial Software ผู้ใช้ที่ซื้อไปใช้จะไดัรับลิขสิทธิ์เฉพาะชุด เช่นเดียวกับการซื้อหนังสือที่ตีพิมพ์และมีลิขสิทธิ์ของแต่ละชื่อเรื่องไม่สามารถก๊อปปี้ หรือคัดลอกได้ตามความต้องการของบุคคลทั่วไป

ซอฟต์แวร์ชุดสำเร็จรูป หมายถึง การเอาซอฟต์แวร์เดี่ยวยอดนิยมของบริษัทเดียวกันมารวมขายในชื่อเดียวซอฟต์แวร์ชุดที่นิยมในตลาดซอฟต์แวร์ 3 ค่ายใหญ่ ๆ ดังนี้

  1. Microsoft Office ผลิตโดยบริษัท ไมโครซอฟต์ จำกัด ประกอบด้วย
    • Microsoft Word เป็นโปรแกรมตัวเก่งของไมโครซอฟต์ เหมาะกับงานเอกสาร, จดหมาย, รายงาน
    • Microsoft Excel เป็นโปรแกรมประเภทตารางทำการ ใช้ในการวิเคราะห์คำนวณตัวเลข
    • Microsoft PowerPoint เป็นโปรแกรมสำหรับนำเสนอข้อมูล ช่วยสร้างสีสันในการนำเสนอข้อมูล
    • Microsoft Access เป็นโปรแกรมด้านดาต้าเบส
    • Microsoft Mail เป็นโปรแกรมรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กับบุคคลอื่นในเครือข่าย
  2. Lotus Smart suite ผลิตโดยบริษัท โลตัส จำกัด ประกอบด้วย
    • AmiPro เป็นโปรแกรมประเภทประมวลผลคำ
    • Lotus 1-2-3 เป็นโปรแกรมประเภทตารางทำการที่โด่งดังในอดีต
    • Freelance Graphics เป็นโปรแกรมประเภทนำเสนอข้อมูล
    • OrganiZer เป็นโปรแกรมบริหารข้อมูลส่วนตัว สำหรับทำตารางนัดหมาย จัดเก็บนามบัตรและเหตุการณ์ต่าง ๆ
  3. Novell Perfect Office ผลิตโดยบริษัท โนเวลย์ จำกัด ประกอบด้วย
    • WordPerfect เป็นโปรแกรมประเภทประมวลผลคำ
    • Quattro Pro เป็นโปรแกรมประเภทตารางทำการ
    • Presentations เป็นโปรแกรมประเภทนำเสนอข้อมูล
    • Groupwise เป็นโปรแกรมบริหารข้อมูลส่วนตัว หรับทำตารางนัดหมาย, จัดเก็บนามบัตร, และบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์

การพัฒนาซอฟต์แวร์ ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์หรือซอฟต์แวร์ชุดสำเร็จรูป เพื่อขายให้กับผู้ใช้ทั่วๆไป ย่อมต้องมีมาตรฐานที่ ชัดเจนเพราะตัวซอฟต์แวร์เองได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานเฉพาะอย่าง แต่สำหรับบุคคลหรือหน่วยงานทั่วไปที่ประสงค์จะใช้ซอฟต์แวร์ประเภทนี้เป็นผู้ใช้ส่วนใหญ่ของตลาด มีความต้องการหรือข้อจำกัดที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ดังนั้น ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปจึงเป็นสินค้าทั่วไปที่ใครก็ซื้อไปใช้ได้ การผลิตซอฟต์แวร์ประเภทนี้จึงต้องมีการเตรียมการแล้วเป็นอย่างดีจึงจะสามารถสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหญ่ทั่วโลก
ดังนั้น เราจึงเรียกมาตรฐานและพัฒนาซอฟต์แวร์สำเร็จรูปว่า แพลตฟอร์ม (platform) และมีองค์ประกอบที่สำคัญของแต่ละแพลตฟอร์ม อยู่ 2 ประการ ได้แก่

    1. โปรเซสเซอร์ เช่น Intel Pentium หรือ PowerPC
    2. โปรแกรมระบบปฏิบัติการ เช่น Macintosh หรือ Windows 98

นั่นคือซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้ได้บนแพลตฟอร์มหนึ่ง จะไม่สามารถใช้กับอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง ผู้ใช้ก็จะสามารถเลือกซอฟต์แวร์ให้สอดคล้องกับโปรเซสเซอร์และโปรแกรมระบบปฏิบัติการของตนเองได้ ดังนั้น ความเข้าใจเกี่ยวกับ แพลตฟอร์มหรือมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้นที่ผู้ใช้ควรรู้จักเป็นอย่างดีก่อนจะเลือกซื้อซอฟต์แวร์ PC platform (มาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้กับเครื่อง PC)ในการเลือกซอฟต์แวร์เพื่อใช้กับเครื่องระดับ PC มีประเด็นควรพิจารณา 2 ประเด็น คือระบบผู้ใช้คนเดียว (Single-user System) และระบบหลายผู้ใช้ (Multi-user System)

ระบบผู้ใช้คนเดียว คือการใช้ PC เพื่อพัฒนางานเดียวโดยมีผู้ใช้คนเดียวในช่วงเวลาเดียว เราเรียกว่า single-user environment เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดในสังคมปัจจุบัน มีซอฟต์แวร์สำเร็จรูปจำนวนหลายพันชุดที่ขายอยู่บนแพลตฟอร์มนี้และมีผู้ใช้เป็นจำนวนหลายล้านคนที่คุ้นเคยอยู่กับซอฟต์แวร์เหล่านี้ โปรแกรมระบบปฏิบัติการบนแพลตฟอร์มนี้ ได้แก่ MS-DOS, MS-DOS with Windows, Windows 95/98, System, OS/2 และ Macintosh

ระบบหลายผู้ใช้ คือการใช้ PC เพื่อพัฒนางานที่มีผู้ใช้หลายคน บน multi-user platform ผู้ใช้หลายคนสามารถแบ่งปันใช้ PC ด้วยกันได้ โดยขึ้นอยู่กับโปรแกรมระบบปฏิบัติการซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ UNIX และ Workgroup

อาจสรุปได้ว่า การใช้เครื่องระดับ PC นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายแพลตฟอร์มกล่าวคือ
    1. MS-DOS และ Windows ซึ่งเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่อง PC-compatibles
    2. Window platform ซึ่งอยู่ในกลุ่มของโปรแกรมระบบปฏิบัติการตระกูล Windows ซึ่งประกอบด้วย
      - Windows 95 และ Windows9X เป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการที่อยู่ระหว่าง Windows และ Windows NT
      - Windows NT เป็นระบบปฏิบัติการที่ซับซ้อนและใหม่ที่สุดในตระกูล Windows ใช้สำหรับระบบ เครือข่ายแบบ client/server เหมาะสำหรับซอฟต์แวร์ในกลุ่ม GroupwareWindows CE เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับ PC ขนาดเล็กกลุ่มกระเป๋าหิ้ว และแบบพกพา PC ขนาดเล็กเหล่านี้สามารถต่อเข้าสู่เครือข่าย Internet ได้ และเชื่อมโยงกับ Windows อื่นๆ ได้ด้วย
    3. Macintosh/Mac OS platform เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่อง PC ของตระกูล Apple ที่ใช้งานกับ ไมโครโปรเซสเซอร์ของโมโตโรล่า (Motorola)
    4. UNIX และ OS/2 Wrap platform เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กันมากกับเครื่องระดับ PC ที่มีสมรรถนะสูง

    แต่ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ขององค์กรต่างๆ ย่อมมีการใช้ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์หลายแพลตฟอร์ม ซึ่งทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม ดังนั้น จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้เกิดการใช้งานข้าม แพลตฟอร์มได้ แม้ว่าการใช้งานหลายแพลตฟอร์มเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ แต่ค่าใช้จ่ายในการข้ามแพลตฟอร์มก็ย่อมสูงขึ้นเป็นธรรมดา ดังนั้น หากเป็นไปได้ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกคอมพิวเตอร์ใช้งานควรที่จะต้องทราบวัตถุประสงค์การใช้งานที่ ชัดเจนว่าจะใช้ลักษณะที่เป็น single-user หรือ multi-user แล้วเลือกแพลตฟอร์มที่ตรงกับความต้องการจริงๆ

ซอฟต์แวร์ที่หน่วยงานควรมีไว้ใช้ ซอฟต์แวร์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เราใช้งานคอมพิวเตอร์ในด้านต่าง ๆ ได้ตามที่เราต้องการ ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์ในด้านที่เราต้องการเราก็ไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ ด้วยเหตุนี้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนจึงมักเสาะหาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมต่าง ๆ มาเก็บไว้เพื่อใช้งานเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้การทำเช่นนี้ไม่ถือว่าผิดอะไรเพราะยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ มาบัดนี้รัฐสภาได้ตราพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับ 2537 ออกมาเพื่อให้คุ้มครองไปถึงเรื่องของซอฟต์แวร์ด้วยแล้ว ดังนั้นการที่เราจะก๊อปปี้โปรแกรมมาเก็บสะสมไว้ย่อมไม่ถูกต้อง ถ้าต้องการซอฟต์แวร์ที่คอมพิวเตอร์ไว้ใช้งานจริง ๆ เราก็เลือกเอาเพียงเท่าที่จำเป็นก็พอ ซอฟต์แวร์ที่จำเป็นสำหรับใช้งานโดยทั่วไปมีดังต่อไปนี้