รหัสวิชา 4123705
    หน่วยการเรียนที่ 2 Mainboard     
 - ->  หน้าแรก    
   ชนิดของเมนบอร์ด     ส่วนประกอบที่สำคัญบนเมนบอร์ด 
   Chipset        ปัญหาที่เกิดจากเมนบอร์ดและการแก้ปัญหา
   กิจกรรมการเรียน  
 
- ->  แนวการสอน      
- ->  เกี่ยวกับผู้สอน      
       ส่วนประกอบสำคัญบนเมนบอร์ด  
  หน่วยการเรียน
 
  - ->  Case & Power Supply
  - ->  MainBoard
  - ->  CPU
  - ->  Memory
  - ->  Hard Disk
  - ->  Floppy Disk
  - ->  CD-Rom Drive
  - ->  Display card &
          Sound card
  - ->  Mouse & Keyboard
  - ->  Monitor
  - ->  การปรับแต่ง BIOS
  - ->  การติดตั้งระบบปฏิบัติการ
  - ->  การติดตั้งโปรแกรมประยุกต์
 
 ระบบบัส (Bus System)
 
          องค์ประกอบที่สำคัญสำหรับเมนบอร์ดนั้น ก็คือการเชื่อมโยงของสายไฟ ๆ ไปยังอุปกรณ์ที่อยู่บนM/B มากมาย หาก สังเกตลายทองแดงบนปริ้นของเมนบอร์ดแล้ว ก็จะเป็นในส่วนของทางเดินของสัญญาณแทบทั้งสิ้นเสมือนเป็นถนน สำหรับ ลำเลียงสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะแล้วกับข้อมูลที่เป็นส่วนสำคัญที่สุด ช่องทางเดินของสัญญาณ ต่าง ๆ เหล่านี้    รวม     เรียกว่า “ระบบบัส” ระบบบัสที่หมาะสมจะต้องเร็วพอที่จะยอมให้อุปกรณ์อื่น ๆ รับและส่งข้อมูลผ่านได้ด้วยความเร็ว เต็มความสามารถ ของอุปกรณ์นั้น เพื่อจะได้ไม่เป็นตัวคอยถ่วงให้การทำงานของอุปกรณ์อื่นช้าตามลงไป เพราะอุปกรณ์ที่ช้ากว่า
 ช่องเสียบขยาย (Expansion Slot)
            โครงสร้างของระบบบัสในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์นั้น ได้ถูกพัฒนาทางเทคโนโลยีและจากมาตรฐานดั้งเดิมที่ มีใช้ กันมา ในเครื่องยุคแรก ๆ ได้สร้างช่องเสียบขึ้นเพื่อนำอุปกรณ์ต่าง ๆ ลงไปเพิ่ม ช่องเสียบเหล่านี้จะถูกเรียกว่า    Expansion Slot



ชนิดต่าง ๆ ของ Expansion Slots

     1. XT Bus (Extended Technology) มีขนาดความกว้างของบัสข้อมูลขนาด 8 บิต มีใช้ในเครื่องรุ่นแรก ๆ ได้แก่ 8086,8088
      
2. AT Bus (Advanced Technology) หรืออาจเรียกกันว่า ISA Bus ก็ได้ครับ มีขนาดความกว้างของ บัสข้อ มูลขนาด 16 บิต ความเร็ว 8 MHz มีใช้ในเครื่องคอมฯ รุ่นต่อ ๆ มา ได้แก่เครื่องรุ่น 80286 ขึ้นไปจนถึงในปัจจุบัน ก็ยังคงมี ให้เห็นกันอยู่ทั่วไปในเมนบอร์ดใหม่ ๆ        
     3. VL Bus
(VESA Local Bus) มีขนาดความกว้างของบัสข้อมูลขนาด 32 บิต มีใช้ในคอมฯ รุ่น 80386 , 80486 แล้วจบที่ยุคของ 80486 นั้นเอง
       
4. PCI Bus (Peripheral Component Interconnect) มีขนาดความกว้างของบัสข้อมูล  32    บิต ความ เร็ว  33 MHz และมาตรฐานความเร็วของ PCI Bus จะอยู่ที่ครึ่งหนึ่งของความเร็วของ บัสภายนอกของ   CPU    เช่น บัสที่ จ่ายให้แก่ CPU 66 MHz PCI Bus จะเท่ากับ 66/2 = 33 MHz    หากบัสของ CPU ของเป็น 100 และ 133 MHz ความเร็ว PCI จะมีค่าเท่ากับ 100/3 และ 133/4 ตามลำดับ
                    ยังมีช่องเสียบอีกหลายชนิดที่ไม่ได้พูดถึงเนื่องจากช่องเสียบเหล่านั้นได้ทำมา โดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ โดย เฉพาะ จึงไม่เรียกว่าเป็นช่องเสียบแบบ Expansion Slot ได้แก่ AGP (Accelerated Graphic Port ) เป็น สล็อดที่ได้ออกแบบมาสำหรับใช้กับการ์ดแสดงผล  ที่มีการส่งผ่านข้อมูลจำนวน มากที่สุดด้วยความเร็วที่สูง ที่สุด แต่ใน เมนบอร์ดจะมีเพียง 1 สล็อตเท่านั้น AGP มีขนาดความกว้าง 32 บิต ความเร็วเริ่มที่ 66 MHz และมีพัฒนา ความเร็วไปที่133 และ 266 MHz ตามลำดับ



ช่องหรือฐานสำหรับติดตั้งการ์ดแสดงผล

ช่องสำหรับติดตั้งหน่วยความจำแบบแรม

     เป็นส่วนที่ให้นำหน่วยความจำประเภทแรมมาติดตั้งลงบนตำแหน่งที่ระบุนี้ มีประเภทต่างๆ ต่อไปนี้

                                   แรมแบบ SIMM ซึ่งมีใช้กัน 2 แบบคือ แบบ 30 ขา (8 บิต)และ72 ขา (32 บิต)
                                  แรมแบบ DIMM ซึ่งได้แก่ SDRAM 168 ขา (64 บิต)
                                  DDR SDRAM
                                  RAMBUS

ช่องเสียบแหล่งจ่ายไฟ

                 เป็นส่วนที่ไว้รอรับการเชื่อมต่อจาก Power Connector มีอยู่ 2 แบบหลัก คือ แบบ AT 12 Pin (P8,P9) กับ แบบที่เป็น ATX 20 Pin โดยที่แบบ AT นั้นเวลาจะเชื่อมต่อ Power Connector เข้ายังช่องเสียบนี้จะต้องเรียงชิด สายไฟ ของขั้วในด้านที่เป็นสีดำให้ชิดกันแล้วคุณจะสามารถนำ ไปเสียบ ยังช่องเสียบได้เพียง ทางเดียว(หากเสียบสลับข้าง ) อาจทำให้ เมนบอร์ดเสียหายอย่างถาวรได้ นะครับ ส่วนในแบบ ATX นั้นจะถูกบังคับด้วยหัว คอนเน็กเตอร์อยู่แล้ว ยากต่อการเสียบผิดขั้ว

BIOS (Basic Input Output System)

                BIOS เป็นโปรแกรมเล็ก ๆที่ถูกจัดเก็บไว้ในหน่วยความจำประเภท ROM มีหน้าที่ในการตรวจสอบความพร้อมของ อุปกรณ์ต่าง ๆ หลังจากที่ เราเปิดเครื่อง คอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อทำงาน ขบวนการหลังจากเปิดเครื่องนั้นจะถูกเรียกว่า POST (Power On Self Test) ซึ่งเป็นกระบวนการในการทดสอบตัวเองของคอมพิวเตอร์ โดยมี BIOS โปรแกรมนี้เป็นตัวช่วยจัด การ หากวันใดที่ BIOS มีความเสียหายเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถที่ใช้ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อีก ยกเว้นว่าเราจะดำเนินการนำ BIOS นั้นไปโปรแกรมใหม

ROM BIOS 

สัญญาณนาฬิกาของระบบ (Real Time Clock)

              เป็นส่วนที่คอยกำหนดจังหวะถี่ในการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ความถี่ต่าง ๆ บนเมนบอร์ดจะได้มาจากผลึกควอซท์ที่ เรียกว่าแร่คลิสตัล ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดความถี่ ความถี่ที่ใช้ป้อนให้แก่ซีพียูแต่ละรุ่น ก็ได้มาจากส่วนนี้นั่นเอง

ขั้วต่ออุปกรณ์ประเภทตัวขับ (Drive)

             ขั้วต่ออุปกรณ์ประเภทตัวขับ หรืออาจเรียกว่า Controller เป็นส่วนที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ประเภท ตัวขับ หรือ Drive ต่าง ๆ ที่สำคัญได้แก่ Hard Disk Drive , CD-ROM Drive และ Floppy Disk Drive ที่จะต้อง พึ่งพาขั้วต่อเหล่านี้… ในอดีตนั้นชุดควบคุมอุปกรณ์ประเภทตัวขับจะอยู่ภายนอกแยกเป็นอิสระ ที่เรียกกันว่า Controller Card หรือ Multi I/O หมายถึงว่าสามารถควบคุมและก็เป็น ตัวค่อยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ส่วนการนำเข้าและส่วนการ แสดงผลได้ใน การด์ตัวเดียวกันนั่นเอง แต่ในปัจจุบันจะถูกติดตั้งไว้บนเมนบอร์ดอย่างสมบูรณ์แล้ว

ขั้วต่อ HDD. ,CD-ROM และ ขั้วต่อ FDD.

ถ่านหรือแบตเตอรี่ (Backup Battery)

               เป็นส่วนที่คอยรักษาข้อมูลของหน่วยจำความประเภท RAM ที่ได้แก่ CMOS RAM ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เก็บข้อมูลจาก การตั้งค่าใน BIOS หากถ่านหรือแบตเตอรี่เสื่อมหรือกระแสไฟฟ้าหมด ก็จะทำให้เกิดความผิดพลาด ในการจดจำข้อมูลที่เก็บ ไว้ได้ ทำไม่สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างราบรื่น ดังนั้นจึงต้องทำการเปลี่ยนถ่านหรือแบตเตอรี่ใหม่ หลังจากเปลี่ยนแล้ว จะต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป

ประเภทของแบตเตอรี่ที่เห็น ๆ ในท้องตลาดจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

    1. แบบนิเกิล – แคดเมี่ยม (Ni-Cad) มีแรงเคลื่อนไฟฟ้า 3.6 โวลท์
    2. แบบลิเทียม มีแรงเคลื่อนไฟฟ้า 3 โวลท์

              เมนบอร์ดในปัจจุบันจะใช้แบตเตอรี่แบบลิเทียมกันหมดแล้ว เพราะจะไม่ทำให้ลายวงจรของคุณเสียหายจากน้ำยาที่รั่ว ไหลออก มาหลังจากที่มันเสื่อมสภาพเหมือนกับแบบนิเกิล – แคดเมียม

พอร์ตประเภทต่าง ๆ (Port)

             พอร์ตจะเป็นช่องทางเชื่อมต่อของอุปกรณ์ส่วนการนำเข้า (Input) และส่วนการแสดงผล (Output) ที่มาทำการเชื่อมต่อ (Interface) ใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ พอจะแยกออกได้เป็นดังนี้

ช่องเสียบ(Port) บนเมนบอร์ดแบบ ATX

1.  Serial Port หรือ พอร์ตแบบอนุกรม มีชื่อเรียกกันหลายอย่างด้วยกันเช่น เช่น COM 1 , COM 2 , พอร์ต สื่อสาร หรือ พอร์ตของเม้าส์ เป็นต้น มีความสามารถในการขนถ่ายข้อมูลขนาด 8 บิตได้ครั้งละ 1 บิตใน  สาย 1 เส้น จนครบที่ปลายทาง 8 บิต ใช้กับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการความเร็วสูงมากนัก เช่น เม้าส์ (Mouse) , โมเด็ม (Modem) ฯลฯ

2.  Parallel Port หรือ พอร์ตแบบขนาน มีชื่อเรียกกันหลายอย่างด้วยกัน เช่น LTP Port, Printer Port เป็นต้น มีความสามารถในการขนถ่ายข้อมูลขนาด 8 บิตได้ครั้งละ 8 บิตในสาย 8 เส้น ดังนั้นพอร์ตประเภทนี้จึง ถือ เป็นพอร์ตที่มีความเร็วสูง นิยมใช้กับ Printer , Scanner และอื่น ๆ

3.  USB (Universal Serial Bus) เป็นพอร์ตหรือช่องเสียบที่เข้ามามีบทบาทต่ออุปกรณ์ในปัจจุบันเป็นอย่ามาก มีความเร็วสูงกว่า 2 พอร์ตแรก ที่ได้ กล่าวข้างต้น อีกทั้งยังมีความปลอดภัยต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการ เสียบ/ถอดอุปกรณ์ในขณะที่เครื่อง คอมพิวเตอร์ยังเปิดทำงานอยู่ ก็จะไม่เกิดความเสียหาย มาตรฐาน USB นั้นสนับสนุนระบบ Plug & Play ที่ทำ ให้การติดตั้งอุปกรณ์ของผู้ใช้กลายเป็นเรื่องง่าย อุปกรณ์ที่ใช้กับ USB Port นั้นมีมากมายหลายชนิดด้วยกัน เช่น Mouse , Keyboard , Printer , Scanner , Modem , Camera Digital และอื่น ๆ แทบจะเรียกได้ว่า อุปกรณ์ที่ทำการ Interface กับคอมพิวเตอร์ ณ วันนี้แทบจะเป็น USB กันเกือบจะหมดแล้ว

ขั้วต่อปุ่มสวิทซ์และไฟหน้าเครื่อง

           เป็นส่วนที่ใช้สั่งการทำงานภายนอกตัวเครื่องคอมฯรวมถึงเป็นการแสดงสีสันหน้าตาที่โดดเด่นของเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะในชุดขั้วต่อหรือปุ่มสวิทซ์หน้าปัดเครื่องนั้นจะมี Power LED ซึ่งเป็นชุดไฟแสดงสถานะการทำงาน ของ Power Supply Turbo LED เป็นส่วนที่แสดงสถานะว่าขณะนี้ได้ใช้ความเร็วสูงที่สุดของเครื่อง HDD. LED เป็นไฟสถานะบอกว่า HDD กำลังอ่าน/เขียนข้อมูลอยู่ ซึ่งกรณีของ HDD. LED นี้จะกระพริบตามจังหวัดการอ่าน/เขียนของ HDD.

 

ภาพแสดงการติดตั้งขั้วต่อสวิทซ์และไฟหน้าเครื่อง

            ส่วนในด้านของปุ่มสวิทซ์ก็จะมี Power Switch ซึ่งถ้าเป็นเมนบอร์ดแบบ AT ก็จะเป็นการเปิดปิดไฟกระแสสลับ 220 V. แต่ถ้าเป็นเมนบอร์ด ATX ก็จะเป็นการสั่งงานผ่านทางเมนบอร์ดเพื่อเปิด Power Supply ให้ทำงาน ส่วนสวิทซ์อีกตัว หนึ่งก็คือ Reset Switch นั้นจะมีหน้าที่ในการสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มการทำงานใหม่อีกครั้ง (Boot)

JUMPER
            จั้มเปอร์เป็นอุปกรณ์ที่เป็นตัวนำทางไฟฟ้า ทำจากแผ่นทองแดงมาพลับเข้าหากัน มีหน้าที่ในการเชื่อมต่อวงจรให้ถึงกัน เพื่อให้ทำงานหรือให้ยกเลิกการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งสุดแล้วแต่ว่าผู้ผลิตเมนบอร์ดจะกำหนดไว้เป็นอย่างไร

 

รูปตัวอย่างของ Jumper