เพลงคลื่นกระทบฝั่ง

เพลงนี้รัชกาลที่ 7 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นจากเพลงคลื่นกระทบฝั่ง 2 ชั้น เมื่อพูดถึงชื่อเพลงคลื่นกระทบฝั่ง 2 ชั้น ก็มีปัญหาอยู่ประการหนึ่งคือ เพลงในเรื่องเพลงฉิ่งโบราณแบบหนึ่ง มีเพลงฟองน้ำเพลงฝั่งน้ำ และเพลงคลื่นกระทบฝังติดต่อกันอยู่ แต่ทำนองของเพลงคลื่นกระทบฝั่งที่เราเรียกกันอยู่ทั่วไป ในบัดนี้หาได้มีทำนองเหมือนเพลงคลื่นกระทบฝั่งในเรื่องเพลงฉิ่งของโบราณนั้นไม่ แต่กลับไปมีทำนองเหมือนกับเพลงที่ชื่อฝั่งน้ำในเรื่องนั้น เท่าที่ได้สืบถามจากท่านผู้รู้ ก็ว่าเพลงที่เราเรียกกันว่าคลื่นกระทบฝั่งนี้ โบราณเรียกกันว่าฝั่งน้ำ แต่ท่านผู้นำออกมาใช้ร้องและบรรเลงในครั้งแรกท่านได้เรียกว่าเพลงคลื่นกระทบฝั่ง จึงพากันเรียกตามไป และก็ฝังตัวจนสนิทเสียแล้ว ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนกลับคืนไปได้ ก็จำต้องยอมรับกันว่าเพลงทำนองนี้ ชื่อเพลงคลื่นกระทบฝั่งนี้ เมื่อเป็นดังนี้เพลงคลื่นกระทบฝั่งของเดิมที่มีอยู่ในเรื่องจะเรียกว่าอะไรกันต่อไป หรือชื่อคลื่นกระทบฝั่งนี้จะถูกต้องตามทำนองแล้ว แต่ชื่อในเพลงเรื่องนั้นจะกลับกันไปก็อาจเป็นได้เหมือนกัน
เพลงคลื่นกระทบฝั่ง 2 ชั้นที่ว่านี้ เข้าใจว่าเพิ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 นี้เองเพราะเมื่อพูดถึงและพิเคราะห์ดูทำนองเพลง และวิจัยลงไปให้ละเอียดแล้ว จะเห็นได้ว่าทำนองของเพลงคลื่นกระทบฝั่งที่ว่าเป็นอัตรา 2 ชั้นนี้ก็คือ เพลงบุหลันลอยเลื่อน (หรือเพลงทรงพระสุบิน) ชั้นเดียวนั่นเอง หากแต่ได้เพิ่มทำนองทบทวนบางแห่ง กับเพิ่มโยนตอนท้ายขึ้นอีกเท่านั้น ซึ่งนับว่าท่านผู้สร้างเพลงนี้ได้ประดิษฐ์แปลงมา โดยสติปัญญาอันฉลาดอย่างยิ่ง
เพลงบุหลันลอยเลื่อนนั้น เป็นที่รู้จักกันในวงการดนตรีไทยแล้วว่า รัชกาลที่ 2 ทรงจำทำนองมาได้ในขณะที่บรรทมหลับและทรงพระสุบิน ให้เรียกชื่อกันอีกอย่างหนึ่งว่า เพลงทรงสุบิน เมื่อเพลงบุหลันลอยเลื่อนหรือเพลงทรงพระสุบิน อันเป็นสมมุติฐานเกิดขึ้นด้วยนัยนี้ เพลงคลื่นกระทบฝั่ง 2 ชั้น ซึ่งเป็นเพลงที่แปลงมาอีกต่อหนึ่ง ก็ควรจะเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 นั้นเอง อันประเพณีไทยเราถือกันเคร่งครัดมาช้านานแล้วว่า บรรดาสิ่งที่เป็นพระราชนิพนธ์ย่อมเป็นที่เคารพ ผู้ที่มิได้พระบรมราชานุญาตย่อมไม่อาจที่จะนำมาต่อเติมแก้ไขหรือนำไปใช้ในที่ไม่สมควร เพราะฉนั้นท่านผู้ที่แต่งเพลงคลื่นกระทบฝั่ง 2 ชั้น ซึ่งเพียงแต่อาศัยโครงทำนองเพลงทรงพระสุบินหรือบุหลันลอยเลื่อนมาตัดลงเป็นคนละอัตรา ซึ่งนับได้ว่าเป็นคนละเพลง ก็ยังดัดแปลงไปเสียจนแทบจะมองไม่เห็น ซ้ำยังตั้งชื่อขึ้นใหม่ (ฝั่งน้ำ หรือ คลื่นกระทบฝั่ง) เสียจนห่างไกลมาก
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงพระราชนิพนธ์ ทำนองเพลงไทยเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว 2 เพลง คือเพลงราตรีประดับดาว กับเพลงเขมรละออองค์ ขณะที่เสด็จประพาสสัตหีบทางชลมารค ก็มีพระราชดำริที่จะทรงพระนิพนธ์ทำนองเพลงไทยขึ้นสักเพลงหนึ่งให้มีทำนองเป็นระรอกคลื่นต่าง ๆ จึงได้ทรงเลือกทำนองเพลงคลื่นกระทบฝั่ง 2 ชั้น ที่กล่าวนี้มาทรงพระนิพนธ์ขึ้นเป็นอัตรา 3 ชั้น สำเร็จเรียบร้อยเมื่อ พ.ศ. 2474 ลำนำของเพลงเป็นเสียงเสมือนคลื่นกระทบฝั่งสมดังชื่อเพลงจริง ๆ ในท่อนต้นมีลูกล้อและลูกขัดเป็นเสียงคลื่นกระฉอกในเมื่อกระทบกับแง่หินที่ยื่นย้อยออกมาตามชายฝั่ว โดยลักษณะต่าง ๆ กัน ในตอนท้ายเที่ยว 2 เที่ยวแรกแสดงถึงคลื่นใต้น้ำ อันหนุนเนื่องซ้อน ๆ กันมาผสมกับคลื่นเหนือน้ำ ส่วนตอนท้ายใกล้จะจบเพลงฟังเหมือนคลื่นลูกเล็ก ๆ ที่วิ่งพลิ้วไล่กันมาตามกระแสลมอย่างรวดเร็ว


ปรับปรุงครั้งสุดท้าย 29 February, 2004