วังเก่ายะหริ่ง

จาก เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของสามจังหวัดชายแดนใต้
ข้ามไปยัง: นำทาง, ค้นหา

113.jpg 675.jpg 112.jpg

เนื้อหา

[แก้ไข] ประวัติความเป็นมา

110.jpg

เมืองยะหริ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นประเทศราชของ ไทย ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการ ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง ให้แก่ไทย 3 ปี ต่อ 1 ครั้ง นอกจากนั้นในกรณีที่มีข้าศึกยกกองทัพมาตีไทย เมืองประเทศราชต้องส่งกองทัพมาช่วยรบ รูปแบบการปกครองดังกล่าวส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองปัตตานีและไทยค่อนข้างห่างเหิน เพราะความห่างไกลของราชธานี ประกอบกับเมืองปัตตานีมีความเข้มแข็งทางการเมืองและเศรษฐกิจ จึงส่งผลให้เจ้าเมืองปัตตานีคิดแยกตัวไทยเสมอ ไทยต้องส่งกองทัพมาปราบปราม และนำไปสู่การใช้นโยบายแบ่งแยกและปกครองโดยแบ่งเมืองปัตตานีออกเป็น 7 หัวเมือง ได้แก่ ปัตตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ ยะลา และรามันห์ การลดอำนาจเมืองปัตตานีส่งผลให้เมืองยะหริ่งมีฐานะเป็นเมืองประเทศราชของไทย โดยมีพระยาเมืองเป็นผู้ปกครอง ขึ้นตรงต่อเมืองสงขลาแทน

เมื่อถึงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวปรากฏว่าการสืบตำแหน่งพระยาเมืองเชื้อสายมลายู ทรงพระราชทานเหตุผลว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความไม่สงบ อันจะก่อให้เกิดปัญหาทางการปกครอง ในดินแดนที่เป็นประเทศราชและเป็นพรหมแดนติดต่อกับมหาอำนาจตะวันตกในขณะนั้น และเป็นที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ การสืบตำแหน่งพระยาเมืองในยะหริ่ง มีหลักฐานแสดงให้เห็นความเกี่ยวข้องกับตำแหน่ง "ผู้ช่วยราชการ" ซึ่งเป็นข้าราชการในหัวเมืองที่รองจากตำแหน่ง "ผู้ว่าราชการเมือง " หรือพระยาเมืองลงไป
116.jpg

สำหรับต้นตระกูลของการสืบเชื้อสายภายในวังยะหริ่ง เริ่มจากนิยูโซ๊ะ ( โต๊ะกียูโซ๊ะ ) ซึ่งเป็นพระยายะหริ่งคนที่ 1 มีประวัติเล่าต่อกันมาว่า เมื่อเกิดกบฎที่เมืองปัตตานี นิยูโซ๊ะ มีอายุเพียง 6 ขวบ ได้เข้าไปวิ่งเล่นซุกซนตามประสาเด็กในค่ายของทหารไทยที่มาตั้งเพื่อปราบกบฎ จึงรู้สึกติดอกติดใจ เมื่อสามารถปราบกบฎได้เรียบร้อย กองทัพหลวงของไทยได้เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ นิยูโซ๊ะ จึงแอบติดตามไป กว่าบรรดาทหารจะรู้ ระยะทางนั้นก็ไกลจากเมืองปัตตานีมากแล้ว เมื่อถึงกรุงเทพฯ มีทหารไทยคนหนึ่งพาไปเลี้ยงดู และให้นับถือศาสนาพุทธ จนได้บวชเป็นสามเณร และบวชเป็นพระภิกษุอยู่หลายพรรษา สอบนักธรรมได้เป็น พระใบฎีกา เมื่อสึกจากพระ จึงเข้ารับราชการในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการสืบทราบว่า นิยูโซ๊ะ มีเชื้อสายของพระยาเมือง ปัตตานี ขณะนั้นหัวเมืองปักษ์ใต้กำลังวุ่นวาย ทางส่วนกลางจึงแต่งตั้งให้รับสัญญาบัตรเป็น "พระยายะหริ่ง" เมื่อมาปกครองเมืองได้พยายามจัดระเบียบในการปกครองให้เป็นแบบไทย เช่น คดีถ้อยความที่ต้องตัดสินหรือปรับไหม โดยให้สอดคล้องตามคัมภีร์อัลกุรอ่าน ให้ใช้ตามพระราชกำหนดกฎหมายไทย เป็นเหตุให้ทางปัตตานีและรามันห์เอาแบบอย่าง และถือปฏิบัติกันสืบมา นิยูโซ๊ะได้คำนึงถึงว่าโดยส่วนตัวนั้น มีบรรพบุรุษนับถือศาสนาอิสลาม แต่เนื่องจากเหตุการณ์บังคับทำให้ต้องนับถือศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย เมื่อมาถึงตอนนี้ ตนได้มาปกครองเมืองยะหริ่งประชาชนในปกครองส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ถ้าท่านยังนับถือศาสนาพุทธจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการปกครองดังที่ปรากฏมาแล้วในประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ประชาชนจึงให้การยอมรับ ก่อให้เกิดความสงบสุขขึ้นในบ้านเมือง นิยูโซ๊ะ มีบุตรธิดารวม 7 คน ปัจจุบันกูโบร์อยู่ที่ ตำบลตันหยงลูโละ บริเวณฝั่งตรงข้ามกับมัสยิดกรือเซะ พระยายะหริ่งคนต่อมาคือ นิเมาะ เป็นบุตรคนที่ 2 ของนิยูโซ๊ะ ได้รับพระราชทินนามเป็นพระยาพิบูลเสนานุกิจพิชิตเชษฐภักดี ต้นตระกูล "อับดุลบุตร" มีบุตรธิดารวม 14 คน เมื่อพระยาพิบูลเสนานุกิจพิชิตเชษฐภักดี ถึงแก่อสัญกรรม บุตรคนที่ 2 ชื่อ นิโวะ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระยายะหริ่งคนต่อมามีราชทินนามว่า "พระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดีศรีสุรสงคราม" ซึ่งเป็นผู้สร้างวังยะหริ่งหลังปัจจุบัน ตำแหน่งพระยาเมืองยะหริ่ง เมื่อถึงสมัยการปฏิรูปแบบมณฑลเทศาภิบาล ทำให้การปกครองแบบหัวเมืองต้องสิ้นสุดลง ตำแหน่งพระยาเมืองยะหริ่ง ที่สืบตระกูลมาต้องสิ้นสุดลงเช่นกัน

[แก้ไข] สถานที่ตั้ง

114.jpg

ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ทั้งหมดตั้งอยู่ในพื้นที่วังประมาณ 16ไร่ ห่างจากตัวจังหวัดประมาร 13 กม. วังเก่ายะหริ่งสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2438 ปลายรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ผู้สร้างคือ พระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดี ศรีสุรสงคราม

[แก้ไข] การเดินทาง

เดินทางโดยรถยนต์ : ท่านสามารถเข้าสู่วังเก่ายะหริ่ง โดยทางรถยนต์ เดินทางตามถนนเพชรเกษม ด้วยทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอทุ่งสง จังหวัดพัทลุง อำเภอหาดใหญ่ อำเภอเมืองยะลา ต่อด้วยถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ถึงหมู่ที่ 2 ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ทั้งหมดตั้งอยู่ในพื้นที่วังประมาณ 16ไร่ ห่างจากตัวจังหวัดประมาร 13 กม.

[แก้ไข] ลักษณะตัวเรือน

วังยะหริ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ แบบเรือนไทยมุสลิมผสมกับแบบบ้านแถบยุโรป ตัววังเป็นรูปตัวยูชั้นบนภายในอาคารจัดเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีบันไดโค้งทอดขึ้นไปสู่ระเบียงทั้งสองด้าน จากระเบียงมีประตูเปิดเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ ลักษณะคล้ายกับท้องพระโรง ด้านข้างของตัวอาคารทั้ง 2 ด้าน เป็นห้องสำหรับพักผ่อนของเจ้าเมือง และบุตรธิดาข้างละ 4 ห้อง ส่วนชั้นล่างนั้นเป็นลานโล่งแบบใต้ถุนบ้าน ลักษณะเด่น คือ บันไดบ้านโค้งแบบยุโรป มีช่องแสงประดับด้วยกระจกสีเขียว แดง และน้ำเงิน ช่องระบายอากาศ และหน้าจั่ว ทำด้วยไม้ ฉลุเป็นลวดลาย พรรณพฤกษา ตามแบบศิลปะชวา และตะวันตก ทำให้ตัววังสง่างาม
115.jpg

นอกจากความงามสง่าของอาคารทรงโปร่ง ที่แซมลวดลายฉลุประดับประดาอย่างอ่อนหวาน ผนวกกับประโยชน์ใช้สอยที่รายรอบด้วยห้องหับนานา เป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวแล้ว..ตำนานของวังแห่งนี้ก็ท้าทายให้มาค้นหาเรื่องราวได้ไม่แพ้กัน ... เรือนไม้กึ่งปูน สร้างขึ้นแบบสไตล์ยุโรป ผสมผสานศิลปกรรมพื้นเมือง และชวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองยะหริ่งในปัจจุบัน นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวยะหริ่งยิ่งนัก เพราะสถาปัตยกรรมทรงคลาสสิคหลังนี้ ได้ทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจากต่างแดนอยู่เป็นกิจวัตร ปัจจุบันนี้วังยะหริ่งยังมีให้เห็นถึงความสมบูรณ์ แม้จะมีอายุการสร้างวังของเจ้าเมืองยะหริ่งมานานถึง 100 กว่าปี

[แก้ไข] ผู้สร้างวังยะหริ่ง

นิโวะ อับดุลบุตร พระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดีศรีสุรสงครามในปี พ.ศ.๒๔๓๘ (ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) เป็นผู้สร้างวังยะหริ่ง ซึ่งเป็นเจ้าประเทศราชเมืองยะหริ่ง อันดับที่ 3 ในสมัยนั้น เป็นบุตรของพระยาพิบูล เสนานุกิจพิชิตเชษฐภักดี พระยาเมืองยะหริ่ง อันดับ 2 และพระยาเมืองอันดับแรก คือ นิยูโซ๊ะ หรือ ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกกันว่า "โต๊ะกี" วังเก่ายะหริ่งแห่งนี้ ปัจจุบันเป็นบ้านพักของทายาท คือ คุณหญิงวุจจิรา เด่นอุดม

[แก้ไข] วัตถุประสงค์

สามารถบอกความเป็นมาของวังเก่ายะหริ่งได้

สามารถอธิบายลักษณะโครงสร้างของวังเก่ายะหริ่งได้

เพื่อปลูกฝังให้มีความอนุรักษ์ศาสนสถานวังเก่ายะหริ่ง

[แก้ไข] ประมวลภาพ

[แก้ไข] แหล่งอ้างอิง

[แก้ไข] วิดีทัศน์ที่เกี่ยวข้อง

[แก้ไข] ผู้รวบรวมข้อมูล

นางสาวฮายาตี มีแฮ รหัสนักศึกษา 405361032

นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย

ภาควิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

e-mail: sanju_choh@hotmail.com

เครื่องมือส่วนตัว
เนมสเปซ

สิ่งที่แตกต่าง
ปฏิบัติการ
ป้ายบอกทาง
กล่องเครื่องมือ